โรคร้ายกับการงาน (ตอน1)

โรคร้ายกับการงาน (ตอน1)เรื่องของการเจ็บไข้ได้ป่วยบางครั้งสาเหตุของโรคอาจเกิดจากจุดเล็ก ๆ ที่คุณมองข้ามอย่าง หน้าที่การงาน ซึ่งวันนี้เราจะมาเจาะลึกเกี่ยวว่าอาชีพใดที่อาจทำให้คุณป่วยเป็นโรคอะไรได้บ้าง

 

โรคร้ายกับการงาน (ตอน1)

พนักงานออฟฟิศ

Office Syndrome หรือโรคภัยในออฟฟิศว่า โรคออฟฟิศ ซินโดรม
เป็นกลุ่มอาการที่พบบ่อยในคนวัยทำงานออฟฟิศ ที่สภาพแวดล้อมในที่ทำงานไม่เหมาะสม
ไม่ว่าจะเป็นการนั่งทำงานตลอดเวลา ไม่มีการเคลื่อนไหวร่างกาย
สิ่งเหล่านี้ส่งผลให้เกิดอาการกล้ามเนื้ออักเสบ และปวดเมื่อยตามอวัยวะต่างๆ อาทิ
หลัง ไหล่ บ่า แขน หรือข้อมือ ส่วนบางรายที่มีอาการของหมอนรองกระดูกเคลื่อนอยู่แล้ว
หากทำงาน ในอิริยาบถที่ผิดจะทำให้มีอาการรุนแรงมากขึ้น
จากการสำรวจพนักงานออฟฟิศในประเทศฝั่งยุโรป พบว่า อาการอันดับหนึ่งคือ การปวดหลัง
รองลงมามีอาการปวดบริเวณคอ ไหล่ และปวดศีรษะตามลำดับ

การสังเกตุว่า คุณอยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรือไม่
สามารถดูสภาพโต๊ะทำงานเป็นปัจจัยสำคัญ เพราะทั้งโต๊ะทำงานที่ไม่เป็นระเบียบ
ไม่สะดวกต่อการ หยิบสิ่งของ เก้าอี้ไม่เหมาะสม
ไม่มีพนักพิงที่รองรับหลังอย่างมีประสิทธิภาพ
รวมทั้งการกดแป้นคีย์บอร์ดที่ไม่มีตัวรองรับข้อมือ
จะทำให้มีการกระดกข้อมือขึ้นลงซ้ำๆ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการอักเสบบริเวณเส้นเอ็น
รวมทั้งเกิดภาวะพังผืดหนา ทำให้เกิดอาการชาบริเวณนิ้ว และข้อมือ

การป้องกัน ต้องเริ่มจัดสภาพโต๊ะทำงานให้เป็นระเบียบ
โดยให้ด้านขวาของโต๊ะปล่อยโล่ง ไม่มีสิ่งของมากีดขวาง
เพื่อความสะดวกต่อการเคลื่อนไหวในการหยิบสิ่งของต่าง ๆ ส่วนสิ่งของต่าง ๆ
บนโต๊ะทำงานควรวางด้านซ้ายแทน และควรเลือกโต๊ะทำงานที่มีระดับพอดีกับข้อศอก
เพื่อให้สามารถกดคีย์บอร์ดได้ถนัด
ประกอบตัวแป้นคีย์บอร์ดควรมีที่รองรับข้อมือไม่ให้เกิดการกระดกข้อมือซ้ำ ๆ ด้วย
ส่วนเก้าอี้ควรเป็นแบบปรับขึ้นลงได้ และควรมีพนักพิงที่สามารถรองรับศีรษะได้ด้วย
นอกจากนี้ ควรเลือกจอคอมพิวเตอร์แบบ LCD หรือจอแบน เนื่องจากการสำรวจพบว่า จอแบบ
CRT ซึ่งเป็นจอลักษณะโค้งมนจะทำให้เกิดการเพ่งสายตา และปวดศีรษะมากกว่าการใช้จอแบบ
LCD

ปัญหาด้านสายตา อาทิ ตาแห้ง น้ำตาไหล ระคายเคืองตา ตามัว
ปรับภาพได้ช้าลง ซึ่งเกิดจากการทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ๆ
ทำให้การกะพริบตาน้อย หนังตาเปิดกว้างขึ้น ประกอบกับสภาพอากาศที่แห้ง
ส่งผลให้น้ำตาระเหยมาก จนกระทั่งเกิดความระคายเคืองตาและตาแห้ง นอกจากนี้
การเพ่งสายตาที่หน้าจอ ยังทำให้ต้องกลอกตาไปมาตลอดเวลา
ส่งผลให้กล้ามเนื้อตาต้องทำงานมากขึ้น ทำให้ปวดตาในที่สุด

วิธีป้องกันคือควรพักสายตาเป็นระยะ ทุก 20 นาที หลับตา ทุก 1 ชั่วโมง
ลุกเดินเพื่อพักสายตา และควรจัดจอภาพคอมพิวเตอร์ให้ต่ำกว่าระดับสายตา 15 องศา
เพื่อช่วยลดอาการปวดตาและปวดคอ

ควรปรับความสว่างของหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้เหมาะสม
โดยปรับความสว่างให้มากประมาณสามเท่าจากความสว่างของสภาพแวดล้อม
และควรปรับสีของจอให้สบายตา
เนื่องจากงานวิจัยพบว่าตัวอักษรสีเข้มบนพื้นจอสีอ่อนจะทำให้สบายตา

ผู้ทำงานบนท้องถนน

สำหรับผู้ที่ต้องทำงานบนท้องถนน เช่นคนกวาดถนน ตำรวจจราจร พนักงานขายตั๋วทางด่วน
นอกจากเสี่ยงต่อการได้รับอุบัติเหตุจากท้องถนนแล้วยังเสี่ยงต่อการได้รับควันพิษจากยานพาหนะ
ควันดำของรถที่ใช้น้ำมันเบนซิน สิ่งหลุดออกมามีทั้ง ไอเสีย ก๊าซต่าง ๆ
ตลอดจนเขม่าแยกออกมาได้ดังนี้ คือ

ก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์ย (Carbon monoxide)

ทำให้เกิดอาการไม่สบาย หายใจไม่สะดวก มีอาการปวดศีรษะ ปวดศีรษะอย่างรุนแรง
จิตใจสับสน วิงเวียนศีรษะ การมองเห็นและการได้ยินเสื่อมลง คลื่นไส้ หงุดหงิด
เจ็บหน้าอกและเป็นลม ย ถ้ามีคาร์บ๊อกซีเฮโมโกลบิน 50 – 60% หรือประมาณ 375
ส่วนในล้าน อาจทำให้หมดความรู้สึกและอาจถึงตายได้ ถ้าได้รับเป็นเวลานาน ๆ
ถ้ามีคาร์บ๊อกซีเฮโมโโกลบิน 80% หรือประมาณ 500 ส่วนในล้าน
อาจทำให้ตายได้ในทันที

สารประกอบของตะกั่ว (Tetraethyl Lead)

พิษของสารตะกั่วที่มีต่อสุขภาพที่เห็นได้ชัดเจนมาก คือ นอนไม่ค่อยจะหลับ
อารมณ์ไม่แจ่มใส เบื่ออาหาร น้ำหนักตัวลด ท้องผูก อาเจียน ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย
เหงือกซีด โลหิตจาง ไตพิการ ทำลายเนื้อเยื่อสมอง ทำให้ปวดศีรษะ
ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพของสิ่งมีชีวิตจนถึงตายได้
นอกจากนี้ตะกั่วยังไปสะสมได้ในกระดูก
ทั้งนี้เพราะตะกั่วมีลักษณะคล้ายแคลเซี่ยมและสามารถสะสมในเนื้อเยื่ออ่อนโดยเฉพาะในสมอง
ไต และอวัยวะอื่นๆ

ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (Sulfurdioxide,
SO2)

เป็นก๊าซที่มีกลิ่นเหม็น ทำให้ระบบทางเดินหายใจ เช่น จมูก ลำคออักเสบ ระคายเคือง
ทั้งนี้เนื่องมาจากในน้ำมันเชื้อเพลิงรถยนต์มีกำมะถันปนอยุ่
เมื่อเกิดการเผาไหม้ที่ไม่สมบรูณ์จะมีกาซกำมะถันปนอยู่
เมื่อเกิดการเผาไหม้ที่ไม่สมบรูณ์จะมีก๊าซกำมะถันหลุดออกมาทางท่อไอเสียรถยนตื
ดังนั้นโรงกลั่นน้ำมันต้องกำจัดกำมะถันในน้ำมันดิบออกให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
ก๊าซนี้มีอันตรายต่อสุขภาพมากกว่า ก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์
เพราะเป็นตัวนำที่ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อระบบหายใจ
ทำให้สัตว์เจ็บป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจส่วนต้นในอัตราสูง ถ้าสูดเข้าไปเสมอ ๆ
ทำให้เกิดหลอดลมอักเสบเรื้อรัง
ถ้ามากทำให้ลิ้นไก่สั้นเกิดการเกร็งหดปิดทางเดินหายใจตายทันที
สำคัญที่สุดเป็นอันตรายต่อปอดในรายที่คนไข้เป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจอยู่แล้ว
จะมีอาการเพิ่มมากขึ้น เมื่อได้รับซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ขนาด 0.25
ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

สำหรับ การป้องกันสามารถทำได้โดยการทำงานตามระยะเวลาที่เหมาะสมในแต่ละวัน
สวมหน้ากากป้องกันก๊าซพิษ ตรวจเอ็กซเรย์ปอดประจำทุกปี

เรื่องของโรคร้ายกับอาชีพการงานยังไม่จบเพียงเท่านี้ เอาเป็นว่าติดตามกันให้ดีๆ
เพราะงานที่คุณกำลังทำอยู่ อาจนำพาโรคต่างๆ มาสู่ตนเองก็เป็นได้

Article by Nan

ที่มาข้อมูล : http://www.e-magazine.info

ข้อมูลโดย : www.e-magazine.info

Advertisements

About นภดล ยิ่งยงสกุล

ศึกษานิเทศก์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล

Posted on 08/11/2011, in สุขภาพ. Bookmark the permalink. ใส่ความเห็น.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: