การจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดการสอน (Instructional Package)

ความหมาย

การจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดการสอน  เป็นกระบวนการเรียนรู้จากชุดการสอน  เป็นสื่อการสอนชนิดหนึ่งที่เป็นลักษณะของสื่อประสม ( Multi-media ) เป็นการใช้สื่อตั้งแต่สองชนิดขึ้นไปร่วมกันเพื่อให้ผู้เรียนได้รับความรู้ที่ต้องการ  โดยอาจจัดขึ้นสำหรับหน่วยการเรียนตามหัวข้อเนื้อหาและประสบการณ์ของแต่ละหน่วยที่ต้องการจะให้ผู้เรียนได้เรียนรู้  อาจจัดเอาไว้เป็นชุด ๆ บรรจุในกล่อง ซองหรือกระเป๋า  ชุดการสอนแต่ละชุดประกอบด้วยเนื้อหาสาระ บัตรคำสั่ง / ใบงาน ในการทำกิจกรรม  วัสดุอุปกรณ์  เอกสาร / ใบความรู้  เครื่องมือหรือสื่อที่จำเป็นสำหรับกิจกรรมต่าง ๆ รวมทั้งแบบวัดประเมินผลการเรียนรู้

 ขั้นตอนในการผลิตชุดการสอน

การผลิตชุดการสอนมีขั้นตอนดังนี้

  1. กำหนดเรื่องเพื่อทำชุดการสอน  อาจกำหนดตามเรื่องในหลักสูตรหรือกำหนดเรื่องใหม่ขึ้นมาก็ได้  การจัดแบ่งเรื่องย่อยจะขึ้นอยู่กับลักษณะของเนื้อหาและลักษณะการใช้ชุดการสอนนั้น ๆ การแบ่งเนื้อเรื่องเพื่อทำชุดการสอนในแต่ละระดับย่อมไม่เหมือนกัน
  2. กำหนดหมวดหมู่เนื้อหาและประสบการณ์  อาจกำหนดเป็นหมวดวิชาหรือบูรณาการแบบสหวิทยาการได้ตามความเหมาะสม
  3. กำหนดหัวเรื่อง  จัดแบ่งหน่วยการสอนเป็นหัวข้อย่อย ๆ เพื่อสะดวกแก่การเรียนรู้แต่ละหน่วยควรประกอบด้วยหัวข้อย่อย หรือประสบการณ์ในการเรียนรู้ประมาณ 4 – 6 หัวข้อ
  4. กำหนดความคิดรวบยอดหรือหลักการ  ต้องกำหนดให้ชัดเจนว่าจะให้ผู้เรียนเกิดความคิดรวบยอดหรือสามารถสรุปหลักการ  แนวคิดอะไร  ถ้าผู้สอนเองยังไม่ชัดเจนว่าจะให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อะไรบ้าง  การกำหนดกรอบความคิด หรือหลักการก็จะไม่ชัดเจน  ซึ่งจะรวมไปถึงการจัดกิจกรรม  เนื้อหาสาระ  สื่อและส่วนประกอบอื่นๆ ก็จะไม่ชัดเจนตามไปด้วย
  5. กำหนดจุดประสงค์การสอน  หมายถึงจุดประสงค์ทั่วไปและจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม รวมทั้งการกำหนดเกณฑ์การตัดสินผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ไว้ให้ชัดเจน
  6. กำหนดกิจกรรมการเรียน  ต้องกำหนดให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม  ซึ่งจะเป็นแนวทางในการเลือกและผลิตสื่อการสอน  กิจกรรมการเรียน  หมายถึงกิจกรรมทุกอย่างที่ผู้เรียนปฏิบัติ  เช่น การอ่าน  การทำกิจกรรมตามบัตรคำสั่ง  การตอบคำถาม  การเขียนภาพการทดลอง  การเล่นเกม  การแสดงความคิดเห็น  การทดสอบ   เป็นต้น
  7. กำหนดแบบประเมินผล  ต้องออกแบบประเมินผลให้ตรงกับวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม โดยใช้การสอบแบบอิงเกณฑ์  ( การวัดผลที่ยึดเกณฑ์หรือเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในวัตถุประสงค์โดยไม่มีการนำไปเปรียบเทียบกับคนอื่น ) เพื่อให้ผู้สอนทราบว่าหลังจากผ่านกิจกรรมมาเรียบร้อยแล้ว  ผู้เรียนได้เปลี่ยนพฤติกรรมการเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้มากน้อยเพียงใด
  8. เลือกและผลิตสื่อการสอน  วัสดุอุปกรณ์และวิธีการที่ผู้สอนใช้ ถือเป็นการสอนทั้งสิ้น  เมื่อผลิตสื่อการสอนในแต่ละหัวเรื่องเรียบร้อยแล้ว  ควรจัดสื่อการสอนเหล่านั้นแยกออกเป็นหมวดหมู่ในกล่อง / แฟ้มที่เตรียมไว้  ก่อนนำไปหาประสิทธิภาพเพื่อหาความตรง ความเที่ยงก่อนนำไปใช้  เราเรียกสื่อการสอนแบบนี้ว่า  ชุดการสอน

โดยปกติรูปแบบของชุดการสอนที่ดีควรมีขนาดมาตรฐานเพื่อความสะดวกในการใช้และความเป็นระเบียบเรียบร้อยในการเก็บรักษา  โดยพิจารณาในด้านต่างๆ เช่น  การใช้ประโยชน์  ความประหยัด  ความคงทนถาวร  ความน่าสนใจ  ความทันสมัย ทันเหตุการณ์  ความสวยงาม  เป็นต้น

         9. สร้างข้อทดสอบก่อนและหลังเรียนพร้อมทั้งเฉลย  การสร้างข้อสอบเพื่อทดสอบก่อนและหลังเรียนควรสร้างให้ครอบคลุมเนื้อหาและกิจกรรมที่กำหนดให้เกิดการเรียนรู้โดยพิจารณาจากจุดประสงค์การเรียนรู้เป็นสำคัญ  ข้อสอบไม่ควรมากเกินไปแต่ควรเน้นกรอบความรู้ความสำคัญในประเด็นหลักมากกว่ารายละเอียดปลีกย่อย หรือถามเพื่อความจำเพียงอย่างเดียว และเมื่อสร้างเสร็จแล้วควรทำเฉลยไว้ให้พร้อมก่อนส่งไปหาประสิทธิภาพของชุดการสอน

          10. หาประสิทธิภาพของชุดการสอน  เมื่อสร้างชุดการสอนเสร็จเรียบร้อยแล้ว  ต้องนำชุดการสอนนั้น ๆ ไปทดสอบโดยวิธีการต่าง ๆ ก่อนนำไปใช้จริง เช่น ทดลองใช้เพื่อปรับปรุงแก้ไข  ให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบความถูกต้อง  ความครอบคลุมและความตรงของเนื้อหา เป็นต้น


ขั้นตอนการใช้ชุดการสอน

การใช้ชุดการสอนจะใช้ตามประเภทและจุดประสงค์ที่ทำขึ้นมีขั้นตอนโดยสรุปดังนี้

           1.   ขั้นทดสอบก่อนเรียนให้ผู้เรียนได้ทดสอบก่อนเรียน เพื่อพิจารณาพื้นความรู้เดิมของผู้เรียน  อาจใช้เวลาประมาณ 10 – 15 นาที และควรเฉลยผลการทดสอบให้ผู้เรียนแต่ละคนทราบพื้นฐานความรู้ของตน

2.  ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน  เพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจให้ผู้เรียนเกิดความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้

              3.   ขั้นประกอบกิจกรรมการเรียน ผู้สอนจะต้องชี้แจงหรืออธิบายให้ผู้เรียนเข้าใจอย่างละเอียดทุกขั้นตอนก่อนลงมือทำกิจกรรม

        4.  ขั้นสรุปบทเรียน ผู้สอนนำสรุปบทเรียนซึ่งอาจทำได้โดยการถามหรือให้ผู้เรียนสรุปความเข้าใจหรือสารที่ได้จากการเรียนรู้  เพื่อให้แน่ใจว่าผู้เรียนมีความคิดรวบยอดตามหลักการที่กำหนด

                 5.    ประเมินผลการเรียน โดยการทำข้อทดสอบหลังเรียนเพื่อประเมินดูว่าผู้เรียนบรรลุตามจุดประสงค์หรือไม่  เพื่อจะได้ปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องของผู้เรียนในกรณีที่ยังไม่ผ่านจุดประสงค์ที่กำหนดข้อใดข้อหนึ่ง

Advertisements

About นภดล ยิ่งยงสกุล

ศึกษานิเทศก์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสตูล

Posted on 24/08/2011, in เทคนิควิธีการสอน. Bookmark the permalink. 1 ความเห็น.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: